กรณีมีเหตุผลความจำเป็นไม่สามารถเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการพิจารณาในระยะเวลาที่กำหนดในวรรคแรก
ให้เลขาธิการสภาเภสัชกรรมเสนอต่อคณะกรรมการเพื่อขยายระยะเวลาพิจารณาต่อไปได้ตามความเหมาะสม
แต่ทั้งนี้ระยะเวลารวมทั้งสิ้น ตั้งแต่รับคำขอเป็นทางการต้องไม่เกิน
๑๒๐ วันทำการ
ข้อ ๖ เกณฑ์การรับรองปริญญา ในขั้นต่ำจะต้องมีโครงสร้างของหลักสูตรทางเภสัชศาสตร์
ดังนี้
(๑) รายวิชาทางวิชาชีพเภสัชศาสตร์ รวมไม่น้อยกว่า
120 หน่วยกิต และไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๖๕ ของรายวิชาที่ศึกษารวมตลอดหลักสูตร
โดยแบ่งเป็น
- รายวิชาทางด้านผลิตภัณฑ์ ไม่น้อยกว่าร้อยละ
๓๐ หน่วยกิต หรือไม่น้อยกว่า ๒๕ ของรายวิชาทางวิชาชีพเภสัชศาสตร์ที่ศึกษาในหลักสูตร
- รายวิชาทางด้านผู้ป่วย ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๓๗ หน่วยกิต
หรือไม่น้อยกว่าร้อยละ ๓๐ ของรายวิชาทางวิชาชีพเภสัชศาสตร์ที่ศึกษาในหลักสูตร
- รายวิชาทางด้านสังคมและการบริหาร ไม่น้อยกว่าร้อยละ
๑๒ หน่วยกิต หรือไม่น้อยกว่าร้อยละ ๑๐ ของรายวิชาทางวิชาชีพเภสัชศาสตร์ที่ศึกษาในหลักสูตร
(๒) การฝึกปฏิบัติทางวิชาชีพ ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ ชั่วโมง
หรือไม่น้อยกว่า ๕ หน่วยกิต
กรณีที่จะมีการปรับหรือเพิ่มเติมเกณฑ์การรับรองปริญญาให้สอดคล้องกับสถานการณ์และแนวโน้มของการพัฒนาวิชาชีพเภสัชกรรมให้ออกเป็นประกาศสภาเภสัชกรรม
โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
ข้อ ๘ ผู้ที่ได้รบการรับรองปริญญาโดยกำหนดเงื่อนไขประกอบ
จะต้องดำเนินการให้ครบถ้วนตามที่กำหนดเป็นเงื่อนไขไว้ก่อน
จึงสามารถทำหนังสือยื่นต่อเลขาธิการสภาเภสัชกรรม เพื่อพิจารณาออกหนังสือรับรอง
เพื่อเป็นหลักฐานประกอบการขอเข้าสอบความรู้ เพื่อขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพได้
และให้เลขาธิการสภาเภสัชกรรมแจ้งให้นายกสภาเภสัชกรรมทราบต่อไป
ข้อ ๙ มติในการวินิจฉัยชี้ขาดในเรื่องการรับรองปริญญาให้ออกเป็นประกาศสภาเภสัชกรรมและแจ้ง
ผู้ยื่นคำขอทราบ
มติของคณะกรรมการให้ถือเป็นที่สิ้นสุด ผู้ยื่นคำขอรับรองปริญญา
จะอุทธรณ์ไม่ได้ยกเว้นกรณีที่มีหลักฐานข้อมูลใหม่เสนอพิจารณาเท่านั้น
ให้เลขาธิการสภาเภสัชกรรมสามารถรับคำขอเพื่อพิจารณาใหม่ได้
ข้อ ๑๐ กรณีที่สภาเภสัชกรรมได้พิจารณารับรองปริญญาไปแล้วต่อมาได้ทราบในภายหลักว่าหลักฐานที่เสนอเป็นเท็จ
ไม่ถูกต้องตามข้อเท็จจริง หรือเป็นลักฐานที่ทำปลอมทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนก็ตาม
ให้สภาเภสัชกรรมเพิกถอนการรับรองและให้ถือเสมือนว่าสภาเภสัชกรรมยังไม่เคยรับรองปริญญาดังกล่าว
ข้อ ๑๑ ปริญญาที่สภาเภสัชกรรมรับรองแล้ว ให้ขึ้นทะเบียนไว้เพื่อใช้อ้างอิงต่อไปและเมื่อสถาบันการศึกษาต่าง
ๆ ดังกล่าวมีการปรับหลักสูตรการศึกษา หรือสภาเภสัชกรรมมีการประกาศปรับหรือเพิ่มเติมเกณฑ์การรับรองปริญญาใหม่
จะต้องเสนอขอการรับรองปริญญาต่อสภาเภสัชกรรมใหม่
ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา
เป็นต้นไป