บทความวิชาการ
การใช้ยารักษาวัณโรคดื้อยาสูตร BPaL/BPaLM และการจัดการอาการไม่พึงประสงค์
ชื่อบทความ การใช้ยารักษาวัณโรคดื้อยาสูตร BPaL/BPaLM และการจัดการอาการไม่พึงประสงค์
ผู้เขียนบทความ ภญ.อนุสรา กุคำอู่,ภญ.พิชชาพร เทพสุวรรณ์,ภญ.ดวงพร สมาฤกษ์,ผศ.(พิเศษ)ภญ.นิตยา ดาววงศ์ญาติ,ผศ.ดร.ภญ.อุไรวรรณ อกนิตย์
สถาบันหลัก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
รหัสกิจกรรม 1010-1-000-004-08-2569
ผู้ผลิตบทความ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
การเผยแพร่บทความ ผู้ประกอบวิชาชีพทุกคน 
วันที่ได้รับการรับรอง 05 ส.ค. 2569
วันที่หมดอายุ 04 ส.ค. 2570
หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง 2.5 หน่วยกิต
บทคัดย่อ
วัณโรคดื้อยาหลายขนานและวัณโรคดื้อยา rifampicin (MDR/RR-TB) ยังคงเป็นปัญหาสำคัญทางสาธารณสุขทั่วโลก เนื่องจากสูตรการรักษาเดิมได้แก่ สูตรยา 9 เดือนชนิดกิน (9-month all-oral regimen) และสูตรยาระยะยาว (longer individualized regimen) มีระยะเวลาการรักษานาน การใช้ยาหลายชนิด และอัตราการเกิดอาการไม่พึงประสงค์สูง ส่งผลต่อความร่วมมือในการรักษาและอัตราความสำเร็จในการรักษา ปัจจุบันองค์การอนามัยโลก(World Health Organization; WHO) ได้แนะนำสูตรยารับประทานระยะสั้น ได้แก่ BPaL/BPaLM ซึ่งประกอบด้วย bedaquiline, pretomanid, linezolid และ moxifloxacin โดยมีระยะเวลาการรักษาเพียง 6–9 เดือน และให้ผลลัพธ์การรักษาที่ดีขึ้น บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนแนวทางการใช้สูตรยา BPaL/BPaLM ในผู้ป่วยวัณโรคดื้อยา รวมถึงเกณฑ์การคัดเลือกผู้ป่วย การติดตามผลการรักษา และการจัดการอาการไม่พึงประสงค์ที่สำคัญ โดยอ้างอิงข้อมูลจากแนวทางขององค์การอนามัยโลก (World Health Organization; WHO) ปี ค.ศ.2022 และแนวทางการบริหารจัดการผู้ป่วยวัณโรคดื้อยา พ.ศ. 2567 ของประเทศไทย พบว่าสูตรยา BPaL/BPaLM สามารถเพิ่มอัตราความสำเร็จในการรักษา ลดระยะเวลาการรักษา และลดภาระการใช้ยาเมื่อเทียบกับสูตรมาตรฐานเดิม อย่างไรก็ตาม ยาในสูตรดังกล่าวยังสัมพันธ์กับการเกิดอาการไม่พึงประสงค์ที่สำคัญ เช่น QT prolong ภาวะกดไขกระดูก ภาวะปลายประสาทอักเสบ ภาวะตับอักเสบ และอันตรกิริยาระหว่างยา ซึ่งจำเป็นต้องมีการติดตามอาการทางคลินิกและค่าทางห้องปฏิบัติการอย่างใกล้ชิด
คำสำคัญ