บทคัดย่อ
ฝ้า (melasma) และรอยดำหลังการอักเสบ (post-inflammatory hyperpigmentation; PIH) เป็นปัญหาผิวหนังที่พบได้บ่อยและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย การปกป้องผิวจากแสงแดดอย่างเหมาะสมจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญในการป้องกันและลดการกลับเป็นซ้ำของภาวะดังกล่าว แม้ว่าการใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่ป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลต (ultraviolet; UV) จะเป็นมาตรฐานในการดูแลผิวมาอย่างยาวนาน แต่หลักฐานในปัจจุบันชี้ให้เห็นว่าแสงที่ตามองเห็น (visible light) โดยเฉพาะช่วง high-energy visible light (HEV) มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระตุ้นการสร้างเม็ดสีผิวและการเกิดรอยดำ โดยเฉพาะในผู้ที่มีแนวโน้มเกิดความผิดปกติของเม็ดสีผิว ผลิตภัณฑ์กันแดดชนิดมีสี (tinted sunscreen) ที่มีส่วนประกอบของสารให้สี เช่น iron oxides ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น เนื่องจากสามารถช่วยปกป้องผิวจากแสงที่ตามองเห็นได้ นอกเหนือจากการป้องกันรังสี UV ขณะเดียวกัน ผลิตภัณฑ์กันแดดสมัยใหม่ยังมีการเติมสารต้านอนุมูลอิสระและส่วนประกอบเสริมอื่น ๆ เพื่อช่วยลดผลกระทบจากภาวะ oxidative stress และปัจจัยแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับการเกิดความผิดปกติของเม็ดสีผิว อย่างไรก็ตาม ระดับของหลักฐานสนับสนุนส่วนประกอบแต่ละชนิดยังมีความแตกต่างกัน
บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนหลักฐานทางวิชาการเกี่ยวกับบทบาทของผลิตภัณฑ์กันแดดชนิดมีสีและส่วนประกอบที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระในผู้ที่มีแนวโน้มเกิดฝ้าและรอยดำหลังการอักเสบ พร้อมสรุปแนวทางการคัดเลือกผลิตภัณฑ์และการให้คำแนะนำโดยเภสัชกร เพื่อสนับสนุนการบริบาลทางเภสัชกรรมที่อาศัยหลักฐานเชิงประจักษ์และเหมาะสมกับผู้รับบริการแต่ละราย