บทคัดย่อ
การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะชนิดซับซ้อน (complicated urinary tract infection; cUTI) ที่มีสาเหตุจากเชื้อ Enterobacterales ที่สร้างเอนไซม์ extended-spectrum β-lactamases (ESBL-producing Enterobacterales; ESBL-E) เป็นปัญหาสำคัญทางคลินิก เนื่องจากเชื้อกลุ่มนี้มักมีการดื้อยาต้านจุลชีพร่วมหลายกลุ่ม ส่งผลให้ทางเลือกในการรักษามีข้อจำกัดและเพิ่มความเสี่ยงต่อการได้รับยาที่ไม่มีประสิทธิผล บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทบทวนความสำคัญของการติดเชื้อ ESBL-E กลไกการดื้อยา และหลักฐานทางวิชาการที่สนับสนุนการเลือกใช้ยาต้านจุลชีพในการรักษา cUTI โดยอ้างอิงแนวทางเวชปฏิบัติของประเทศไทยและแนวทางของสมาคมโรคติดเชื้อแห่งสหรัฐอเมริกา (Infectious Diseases Society of America; IDSA) การเลือกยาต้านจุลชีพก่อนทราบผลเพาะเชื้อ (empirical treatment) ควรพิจารณาความรุนแรงของการติดเชื้อ ปัจจัยเสี่ยงต่อเชื้อดื้อยา ประวัติการได้รับยาต้านจุลชีพ ผลเพาะเชื้อและความไวต่อยาเดิม รวมถึงข้อมูลความไวต่อยาของเชื้อในสถานพยาบาล เมื่อทราบเชื้อก่อโรคและผลการทดสอบความไวต่อยาต้านจุลชีพ (antimicrobial susceptibility testing; AST) แล้ว ควรปรับเป็นการรักษาจำเพาะ (definitive treatment) การเปลี่ยนจากยาฉีดเป็นยารับประทานควรพิจารณาเมื่อผู้ป่วยมีอาการทางคลินิกคงที่ สามารถรับประทานยาได้ และมียารับประทานที่มีความไวต่อเชื้อ ระยะเวลาการรักษาควรนับจากวันแรกที่ได้รับยาต้านจุลชีพที่มีประสิทธิผล และพิจารณาตามการตอบสนองทางคลินิกและการควบคุมแหล่งติดเชื้ออย่างเหมาะสม การรักษา ESBL-E cUTI จึงต้องอาศัยการประเมินผู้ป่วยเป็นรายบุคคล การเลือกยาตามผล AST และหลักการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างสมเหตุผล เพื่อเพิ่มประสิทธิผลและความปลอดภัยในการรักษา