บทความวิชาการ
บทบาทเภสัชกรในการดูแลผู้ป่วยภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่: จากการประเมินสู่การเลือกยาอย่างเหมาะสม
ชื่อบทความ บทบาทเภสัชกรในการดูแลผู้ป่วยภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่: จากการประเมินสู่การเลือกยาอย่างเหมาะสม
ผู้เขียนบทความ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภก.อรรถการ นาคำ ภาควิชาเภสัชกรรมปฏิบัติ คณะเภสัชศาสตร์
สถาบันหลัก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
รหัสกิจกรรม 1007-1-000-014-10-2569
ผู้ผลิตบทความ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
การเผยแพร่บทความ ผู้ประกอบวิชาชีพทุกคน 
วันที่ได้รับการรับรอง 30 ต.ค. 2569
วันที่หมดอายุ 29 ต.ค. 2570
หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง 2.5 หน่วยกิต
บทคัดย่อ
ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ (urinary incontinence; UI) เป็นกลุ่มอาการผู้สูงอายุ (geriatric syndrome) ที่พบบ่อยแต่มักถูกมองข้าม ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์แล้ว โดยมีผู้สูงอายุประมาณ 14 ล้านคนหรือร้อยละ 20 ของประชากร การศึกษาในชุมชนของไทยพบความชุกของภาวะนี้ร้อยละ 16–30 และมีผู้ป่วยน้อยกว่าร้อยละ 10 ที่เคยขอรับการรักษา ภาวะนี้สัมพันธ์กับการหกล้ม การติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ ผิวหนังอักเสบจากความชื้น ภาวะซึมเศร้า การแยกตัวจากสังคม ภาระของผู้ดูแล และค่าใช้จ่ายด้านผ้าอ้อมและแผ่นซับ ขณะเดียวกันผู้สูงอายุจำนวนมากใช้ยาหลายรายการ ซึ่งยาบางกลุ่มอาจเป็นสาเหตุของอาการ และยาที่ใช้รักษาเองโดยเฉพาะยาต้านมัสคารินิกอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการรู้คิดบกพร่อง บทความนี้ทบทวนองค์ความรู้ที่จำเป็นสำหรับเภสัชกร ได้แก่ ความหมายและชนิดของภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ในเพศหญิงและเพศชาย สรีรวิทยาการควบคุมการขับปัสสาวะที่เปลี่ยนแปลงตามวัย พยาธิสรีรวิทยาของภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่แต่ละชนิด ปัจจัยเสี่ยง สาเหตุชั่วคราวที่แก้ไขได้ ยาที่เกี่ยวข้องและการใช้ยาหลายรายการ การซักประวัติและสัญญาณอันตราย การรักษาทั้งที่ไม่ใช้ยาและใช้ยา การคำนวณภาระฤทธิ์ต้านโคลิเนอร์จิก ตลอดจนคำแนะนำสำคัญของแนวทางเวชปฏิบัติปัจจุบัน ได้แก่ AUA/SUFU 2024, EAU 2025, AGS Beers Criteria 2023 และ STOPP/START version 3 ซึ่งเน้นการตัดสินใจร่วมกับผู้ป่วย การแก้ไขปัจจัยนอกระบบทางเดินปัสสาวะ และความระมัดระวังในการใช้ยาต้านมัสคารินิกในผู้สูงอายุ รวมถึงการเลือกยาอย่างเหมาะสมจากกรณีศึกษาตัวอย่าง เภสัชกรเป็นบุคลากรด่านแรกที่ผู้สูงอายุเข้าถึงได้ง่าย จึงควรค้นหาผู้ป่วยเชิงรุก จำแนกชนิดของอาการด้วยคำถามสั้น ๆ คัดกรองสัญญาณอันตราย และทบทวนรายการยาเพื่อค้นหายาที่เป็นสาเหตุและภาระฤทธิ์ต้านโคลิเนอร์จิกก่อนเพิ่มยาใหม่ ให้คำแนะนำการรักษาที่ไม่ใช้ยาเป็นพื้นฐานของการดูแลทุกราย พิจารณาการใช้ยาเป็นรายบุคคล ติดตามผลการรักษา และประสานการดูแลกับทีมสหวิชาชีพ เพื่อลดผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและลดปัญหาจากการใช้ยาในผู้สูงอายุ
คำสำคัญ
ภาวะกลั้นปัสสาวะไม่อยู่, ผู้สูงอายุ, เภสัชกร, การทบทวนการใช้ยา, การลดการใช้ยาที่ไม่จำเป็น