หลักการและเหตุผล
ผู้ป่วยเด็กเป็นกลุ่มประชากรที่มีความแตกต่างจากผู้ใหญ่ทั้งในด้านสรีรวิทยา พยาธิสรีรวิทยา และการตอบสนองต่อยา ส่งผลให้การใช้ยาในเด็กไม่สามารถอ้างอิงจากข้อมูลของผู้ใหญ่ได้โดยตรง การให้บริการทางเภสัชกรรมในผู้ป่วยเด็กจึงจำเป็นต้องอาศัยความรู้เฉพาะทางด้านเภสัชจลนศาสตร์ และเภสัชพลศาสตร์ การคำนวณขนาดยาแก่ผู้ป่วยเฉพาะราย การเตรียมยาและการบริหารยาขนาดเล็ก รวมถึงการเฝ้าระวังความปลอดภัยจากการใช้ยาอย่างใกล้ชิดและเป็นระบบ
ในปัจจุบัน โรงพยาบาลมีการให้บริการดูแลผู้ป่วยเด็กทั้งในระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ โดยเฉพาะในหอผู้ป่วยเด็กสามัญ (General Pediatric Ward) หอผู้ป่วยเด็กวิกฤต (Pediatric Intensive Care Unit; PICU) และหอผู้ป่วยทารกแรกเกิด (Neonatal Intensive Care Unit; NICU) ซึ่งมีผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนมากขึ้น บทบาทของเภสัชกรในทีมสหสาขาวิชาชีพจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งในด้านการให้คำปรึกษาการใช้ยา การประเมินความเหมาะสมของยา การป้องกันความคลาดเคลื่อนทางยา เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด อย่างไรก็ตาม การปฏิบัติงานบริบาลเภสัชกรรมผู้ป่วยเด็กในแต่ละโรงพยาบาลยังมีความแตกต่างกันในด้านประสบการณ์ บุคลากร และระบบสนับสนุนทางวิชาชีพ จำเป็นต้องมีการเสริมสร้างองค์ความรู้พื้นฐานที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อยกระดับสมรรถนะของเภสัชกรในการดูแลผู้ป่วยเด็กอย่างต่อเนื่อง
สาขาวิชาเภสัชกรรมคลินิก คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จึงได้จัด “การประชุมวิชาการวิชาการกุมารเภสัชกรรม ประจำปี 2569” ภายใต้หัวข้อหลัก พื้นฐานสำคัญสู่เภสัชกรรมปฏิบัติในผู้ป่วยเด็ก (Pediatric Pharmacist Conference 2026 : Pediatric Pharmacy Practice Primer) ขึ้น เพื่อเป็นเวทีถ่ายทอดองค์ความรู้พื้นฐานด้านเภสัชบำบัดในผู้ป่วยเด็ก (Pediatric Pharmacotherapy) ส่งเสริมแนวทางการใช้ยาอย่างสมเหตุผล (Rational Drug Use; RDU) และเปิดโอกาสให้เภสัชกรผู้ปฏิบัติงานจริงได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในประเด็นสำคัญ เช่น การคำนวณขนาดยา การบริหารยา การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างสมเหตุผล การจัดการอาการไม่พึงประสงค์จากยา ตลอดจนการดูแลผู้ป่วยกลุ่มพิเศษ เช่น เด็กที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ หรืออ้วน เด็กในภาวะวิกฤต และทารกแรกเกิด
นอกจากนี้ การประชุมยังมุ่งนำเสนอแนวทางเพื่อพัฒนากรอบสมรรถนะเภสัชกรดูแลผู้ป่วยเด็ก (Pediatric Pharmacist Competency Framework) เพื่อเป็นรากฐานในการกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงาน การฝึกอบรม และการประเมินสมรรถนะในอนาคต อันจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพบริการเภสัชกรรมเด็กอย่างเป็นระบบ และการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยกับโรงพยาบาลในภูมิภาค และระหว่างภูมิภาคเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยเด็กอย่างยั่งยืน