การประชุมวิชาการ
โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) สาขาอายุรกรรม เขตสุขภาพที่ 11 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
ชื่อการประชุม โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) สาขาอายุรกรรม เขตสุขภาพที่ 11 ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
สถาบันหลัก สำนักวิชาเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
รหัสกิจกรรม 1016-2-000-008-06-2569
สถานที่จัดการประชุม โรงแรมบรรจงบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี
วันที่จัดการประชุม 08 -09 มิ.ย. 2569
ผู้จัดการประชุม กลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์
กลุ่มเป้าหมาย โครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยก่อนเกิดภาวะวิกฤติ (Rapid response System) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 150 คน ประกอบด้วย แพทย์ เภสัชกร พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ จากโรงพยาบาลระดับ S+, A, A+, P และ P+ ในเขตสุขภาพที่ 11 จำนวน 150 คน
หน่วยกิตการศึกษาต่อเนื่อง 0.75 หน่วยกิต
หลักการและเหตุผล
ตามที่กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) เพื่อพัฒนาระบบบริการสุขภาพให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน พัฒนาศักยภาพ ลดความแออัด มีระบบส่งต่อที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสม โดยเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายบริการระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ เข้าด้วยกัน ภายใต้หลักการ “เครือข่ายบริการไร้รอยต่อ” ภายในเขตสุขภาพ เพื่อการเข้าถึงบริการของประชาชน ลดความซ้ำซ้อน สิ้นเปลือง ได้อย่างมีมาตรฐาน ทั่วถึง และเป็นธรรม สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนที่เพิ่มขึ้น เขตสุขภาพที่ 11 มีการดำเนินการพัฒนาระบบบริการสุขภาพเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยกำหนดประเด็นมุ่งเน้น เร่งรัด พัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) สาขาอายุรกรรม ประกอบกับเขตสุขภาพที่ 11 ดำเนินการยกระดับบริการตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด มีเป้าหมายการให้บริการ ตามการจัดบริการ (Service delivery) เพื่อขับเคลื่อนนโยบายยกระดับคุณภาพบริการตามระดับ SAP ซึ่งเป็นการเพิ่มการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพมาตรฐาน เพิ่มการบริการตามความต้องการของประชาชน บริบทศักยภาพและความพร้อมของพื้นที่ ภายใต้นโยบาย One Region One Province One Hospital ประกอบกับมีการยกระดับหน่วยบริการสุขภาพจากเดิมมี 7 ระดับ ได้แก่ 1) โรงพยาบาลศูนย์ ระดับ A 2) โรงพยาบาลทั่วไปขนาดใหญ่ ระดับ S 3) โรงพยาบาลทั่วไปขนาดเล็ก ระดับ M1 4) โรงพยาบาลชุมชนแม่ข่าย ระดับ M2 5) โรงพยาบาลชุมชน ระดับ F1 6) โรงพยาบาลชุมชน ระดับ F2 และ 7) โรงพยาบาลชุมชน ระดับ F3 ซึ่งในปีนี้มีการวางแผนการแบ่งระดับหน่วยบริการสุขภาพเป็น 6 ระดับ คือ 1) ระดับ Premium Plus 2) ระดับ Premium 3) ระดับ Academic Plus 4) ระดับ Academic 5) ระดับ Standard Plus และ 6) ระดับ Standard
สาขาอายุรกรรม (Sepsis) เป็นสาขาหนึ่งที่ดำเนินงานตามแผนพัฒนาระบบบริการเชื่อมโยงตั้งแต่ตติยภูมิ ทุติยภูมิลงไปถึง ปฐมภูมิ บูรณาการตั้งแต่ส่งเสริม ป้องกัน รักษา ฟื้นฟู รวมทั้งปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการจัดบริการด้านอื่นๆ เพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่ คือ ภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิต (Sepsis) เป็นผลจากการติดเชื้อและเกิดกระบวนการอักเสบขึ้นในร่างกายอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง มีอาการและอาการแสดงทางคลินิกในตำแหน่งที่มีการติดเชื้อและอวัยวะต่างๆ และอวัยวะใกล้เคียง ส่งผลให้ผู้ป่วยเสี่ยงต่อภาวะช็อก (Septic shock) และการทำงานของอวัยวะหลายระบบล้มเหลวอย่างรวดเร็ว หากไม่ได้รับการดูแลเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและได้รับการรักษาที่รวดเร็วทันเวลาจะนำไปสู่การเสียชีวิตในที่สุด จะเห็นได้ว่าภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิต (Sepsis) เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญและเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตมากถึง 1 ใน 4 ของประชากรทั่วโลก โดยมีผู้ป่วยที่มีภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิตต้องเข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤตมากกว่าร้อยละ 50 หากรอดชีวิตอาจมีภาวะแทรกซ้อน ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ดังนั้นหัวใจสำคัญของการดูแลรักษา คือ การคัดกรองที่รวดเร็ว ได้รับการตรวจวินิจฉัยและการดูแลรักษาทันที ได้แก่ การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ การให้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมทันทีภายใน 1 ชั่วโมง ก็สามารถลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วย
ประเทศไทย มีสถานการณ์ภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิตเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของผู้ป่วยในโรงพยาบาล อุบัติการณ์ภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยทุกๆ 3 นาทีจะมีผู้ป่วย 1 ราย และเสียชีวิต 5 รายทุก 1 ชั่วโมง ซึ่งผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสโลหิตประมาณ 175,000 ราย/ต่อปี เสียชีวิตประมาณ 45,000 ราย/ต่อปี เขตสุขภาพที่ 11 มีอัตราตายผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือดแบบรุนแรงชนิด community-acquired ปีงบประมาณ 2566 – 2568 ร้อยละ 28.06, 27.27 และ 27.17ตามลำดับ ปัจจัยที่มีผลต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสโลหิตมีหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยตัวผู้ป่วย (อายุ โรคประจำตัว) และความรุนแรงของโรค และปัจจัยทางด้านการรักษา เช่น การให้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมทันทีภายใน 1 ชั่วโมง และครอบคลุมเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุ การได้สารน้ำที่เพียงพอ การใช้เครื่องช่วยหายใจ และการใช้ยาพยุงความดันโลหิต รวมถึงพบว่าแนวโน้มของเชื้อดื้อยาเพิ่มขึ้นส่งผลให้การรักษาผู้ป่วยไม่ได้ประสิทธิผลเท่าที่ควร ผู้ป่วยเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ตามมาและเสียชีวิตในที่สุด ดังนั้นการปรับปรุงพัฒนาระบบการดูแลรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ระบบ Rapid Response System เป็นหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วยสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้กับผู้ป่วย ตลอดจนบุคลากรของโรงพยาบาลมีรูปแบบการทำงานและระบบการประสานงานเพื่อความปลอดภัยมีความชัดเจนมากขึ้น ทั้งแพทย์หรือทีมสหวิชาชีพมีแนวปฏิบัติเป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกันมากขึ้น โดยมีเป้าหมายสำคัญในการลดอัตราการเสียชีวิตผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือด ระบบนี้มีการขับเคลื่อนในโรงพยาบาลทุกแผนกบริการมโดยมีระบบสัญญาณเตือนและวิธีการจัดการก่อนอาการทรุดลง ด้วยแนวคิดระบบค้นหาความเสี่ยงผู้ป่วยแต่เนิ่น ๆ (Early detection) ความรวดเร็วในการจัดการอาการ (Timeliness of response) สมรรถนะของบุคลากรแพทย์และพยาบาลในการประเมินอาการและการจัดการแก้ไขอาการที่ทรุดลง (Professional competency) และมีระบบตอบสนองเร่งด่วนก่อนเกิดภาวะฉุกเฉิน (Team response-Rapid Response Team) ภายใต้กระบวนการ Rapid Response System (RRS) ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มวัย เกิดผลลัพธ์ ในการรักษาตามาตรฐานที่กำหนด ลดอัตราการเสียชีวิตได้ ตลอดจนทีมแพทย์และพยาบาลตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยสู่ผลลัพธ์การบริการความปลอดภัยที่เป็นเลิศรวมถึงวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กร ด้านการตอบสนองภาวะฉุกเฉิน E=Emergency response ครอบคลุมทั่วทั้งองค์กร เกิดเป็นระบบตอบสนองเร่งด่วนซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านสาธารณสุขที่สามารถขยายเพื่อใช้ในโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ
จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น คณะทำงานพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) สาขาอายุรกรรม เขตสุขภาพที่ 11 ตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ มีการคัดกรองที่รวดเร็ว วินิจฉัยถูกต้อง ดูแลรักษาและส่งต่ออย่างทันเวลา ลดอัตราการเสียชีวิตมุ่งเน้นความปลอดภัย (Patient Safety Goals) ตามมาตรฐานการดูแล โดยการสร้างระบบที่เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายเขตสุขภาพที่ 11 มีการตรวจเยี่ยมเสริมพลัง นิเทศ ติดตาม ให้คำปรึกษา และประเมินผลการดำเนินการส่งกลับข้อมูลในเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง เป็นการพัฒนาระบบให้ผู้ป่วยที่มีภาวะ Severe sepsis/septic shock ตั้งแต่การค้นหาผู้ป่วยในระยะแรก (early detection) ได้เร็วขึ้น เข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือเบื้องต้น (early resuscitate) เพิ่มมากขึ้น จึงได้จัดทำโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยก่อนเกิดภาวะวิกฤติ (Rapid response System) ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบบริการสุขภาพ ให้มีคุณภาพมาตรฐานพัฒนาศักยภาพการให้บริการที่เชื่อมโยงทั้งเครือข่ายบริการสุขภาพแบบไร้รอยต่อ ตลอดจนส่งเสริมทักษะและสมรรถนะของบุคลากรในหน่วยบริการทุกระดับในการเฝ้าระวังและดูแลรักษาอย่างเหมาะสม สามารถดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพ โดยการแก้ไขปัญหาผู้ป่วยที่มีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็วในโรงพยาบาล ใช้แนวคิดในการนำสัญญาณชีพทุกพารามิเตอร์ของผู้ป่วยมาประมวลผลร่วมกันแล้วสรุปเป็นค่าคะแนนความรุนแรงของอาการ ซึ่งจะเป็นตัวช่วยให้สามารถตรวจพบปัญหา พร้อมทั้งดูแลให้การแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว เป็นระบบ และมีประสิทธิภาพก่อนเข้าสู่ภาวะวิกฤต
วัตถุประสงค์
เพื่อพัฒนาระบบบริการสุขภาพแบบเครือข่ายในการคัดกรอง วินิจฉัย รักษา และส่งต่อผู้ป่วยภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดแบบรุนแรง (Sepsis) ของเขตสุขภาพที่ 11 ให้มีมาตรฐานเดียวกัน ครอบคลุมทุกระดับบริการ ภายใต้นโยบาย One Region One Province One Hospital โดยสามารถให้บริการที่เชื่อมโยงทั้งเครือข่ายระบบบริการที่ไร้รอยต่อ (Seamless Care)

เพื่อยกระดับสมรรถนะและความพร้อมของบุคลากรทุกระดับ ในเครือข่ายเขตสุขภาพที่ 11ให้มีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะปฏิบัติที่ถูกต้องตามมาตรฐานในการดูแลผู้ป่วย sepsis โดยเน้นการประเมินความรุนแรง การเริ่มต้นการรักษาอย่างทันท่วงที การติดตามอาการ และการสื่อสารส่งต่ออย่างปลอดภัย
คำสำคัญ
Sepsis ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดแบบรุนแรง