หลักการและเหตุผล
ตามที่กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) เพื่อพัฒนาระบบบริการสุขภาพให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน พัฒนาศักยภาพ ลดความแออัด มีระบบส่งต่อที่มีคุณภาพ ประสิทธิภาพ และจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสม โดยเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายบริการระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ เข้าด้วยกัน ภายใต้หลักการ “เครือข่ายบริการไร้รอยต่อ” ภายในเขตสุขภาพ เพื่อการเข้าถึงบริการของประชาชน ลดความซ้ำซ้อน สิ้นเปลือง ได้อย่างมีมาตรฐาน ทั่วถึง และเป็นธรรม สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนที่เพิ่มขึ้น เขตสุขภาพที่ 11 มีการดำเนินการพัฒนาระบบบริการสุขภาพเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยกำหนดประเด็นมุ่งเน้น เร่งรัด พัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) สาขาอายุรกรรม ประกอบกับเขตสุขภาพที่ 11 ดำเนินการยกระดับบริการตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด มีเป้าหมายการให้บริการ ตามการจัดบริการ (Service delivery) เพื่อขับเคลื่อนนโยบายยกระดับคุณภาพบริการตามระดับ SAP ซึ่งเป็นการเพิ่มการเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพมาตรฐาน เพิ่มการบริการตามความต้องการของประชาชน บริบทศักยภาพและความพร้อมของพื้นที่ ภายใต้นโยบาย One Region One Province One Hospital ประกอบกับมีการยกระดับหน่วยบริการสุขภาพจากเดิมมี 7 ระดับ ได้แก่ 1) โรงพยาบาลศูนย์ ระดับ A 2) โรงพยาบาลทั่วไปขนาดใหญ่ ระดับ S 3) โรงพยาบาลทั่วไปขนาดเล็ก ระดับ M1 4) โรงพยาบาลชุมชนแม่ข่าย ระดับ M2 5) โรงพยาบาลชุมชน ระดับ F1 6) โรงพยาบาลชุมชน ระดับ F2 และ 7) โรงพยาบาลชุมชน ระดับ F3 ซึ่งในปีนี้มีการวางแผนการแบ่งระดับหน่วยบริการสุขภาพเป็น 6 ระดับ คือ 1) ระดับ Premium Plus 2) ระดับ Premium 3) ระดับ Academic Plus 4) ระดับ Academic 5) ระดับ Standard Plus และ 6) ระดับ Standard
สาขาอายุรกรรม (Sepsis) เป็นสาขาหนึ่งที่ดำเนินงานตามแผนพัฒนาระบบบริการเชื่อมโยงตั้งแต่ตติยภูมิ ทุติยภูมิลงไปถึง ปฐมภูมิ บูรณาการตั้งแต่ส่งเสริม ป้องกัน รักษา ฟื้นฟู รวมทั้งปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการจัดบริการด้านอื่นๆ เพื่อแก้ปัญหาในพื้นที่ คือ ภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิต (Sepsis) เป็นผลจากการติดเชื้อและเกิดกระบวนการอักเสบขึ้นในร่างกายอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง มีอาการและอาการแสดงทางคลินิกในตำแหน่งที่มีการติดเชื้อและอวัยวะต่างๆ และอวัยวะใกล้เคียง ส่งผลให้ผู้ป่วยเสี่ยงต่อภาวะช็อก (Septic shock) และการทำงานของอวัยวะหลายระบบล้มเหลวอย่างรวดเร็ว หากไม่ได้รับการดูแลเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดและได้รับการรักษาที่รวดเร็วทันเวลาจะนำไปสู่การเสียชีวิตในที่สุด จะเห็นได้ว่าภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิต (Sepsis) เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญและเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตมากถึง 1 ใน 4 ของประชากรทั่วโลก โดยมีผู้ป่วยที่มีภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิตต้องเข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤตมากกว่าร้อยละ 50 หากรอดชีวิตอาจมีภาวะแทรกซ้อน ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ดังนั้นหัวใจสำคัญของการดูแลรักษา คือ การคัดกรองที่รวดเร็ว ได้รับการตรวจวินิจฉัยและการดูแลรักษาทันที ได้แก่ การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ การให้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมทันทีภายใน 1 ชั่วโมง ก็สามารถลดอัตราการเสียชีวิตของผู้ป่วย
ประเทศไทย มีสถานการณ์ภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิตเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของผู้ป่วยในโรงพยาบาล อุบัติการณ์ภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยทุกๆ 3 นาทีจะมีผู้ป่วย 1 ราย และเสียชีวิต 5 รายทุก 1 ชั่วโมง ซึ่งผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสโลหิตประมาณ 175,000 ราย/ต่อปี เสียชีวิตประมาณ 45,000 ราย/ต่อปี เขตสุขภาพที่ 11 มีอัตราตายผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือดแบบรุนแรงชนิด community-acquired ปีงบประมาณ 2566 – 2568 ร้อยละ 28.06, 27.27 และ 27.17ตามลำดับ ปัจจัยที่มีผลต่อการเสียชีวิตของผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสโลหิตมีหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยตัวผู้ป่วย (อายุ โรคประจำตัว) และความรุนแรงของโรค และปัจจัยทางด้านการรักษา เช่น การให้ยาปฏิชีวนะที่เหมาะสมทันทีภายใน 1 ชั่วโมง และครอบคลุมเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุ การได้สารน้ำที่เพียงพอ การใช้เครื่องช่วยหายใจ และการใช้ยาพยุงความดันโลหิต รวมถึงพบว่าแนวโน้มของเชื้อดื้อยาเพิ่มขึ้นส่งผลให้การรักษาผู้ป่วยไม่ได้ประสิทธิผลเท่าที่ควร ผู้ป่วยเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ตามมาและเสียชีวิตในที่สุด ดังนั้นการปรับปรุงพัฒนาระบบการดูแลรักษาผู้ป่วยกลุ่มนี้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ระบบ Rapid Response System เป็นหนึ่งกลไกสำคัญที่ช่วยสร้างความปลอดภัยและความมั่นใจให้กับผู้ป่วย ตลอดจนบุคลากรของโรงพยาบาลมีรูปแบบการทำงานและระบบการประสานงานเพื่อความปลอดภัยมีความชัดเจนมากขึ้น ทั้งแพทย์หรือทีมสหวิชาชีพมีแนวปฏิบัติเป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกันมากขึ้น โดยมีเป้าหมายสำคัญในการลดอัตราการเสียชีวิตผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือด ระบบนี้มีการขับเคลื่อนในโรงพยาบาลทุกแผนกบริการมโดยมีระบบสัญญาณเตือนและวิธีการจัดการก่อนอาการทรุดลง ด้วยแนวคิดระบบค้นหาความเสี่ยงผู้ป่วยแต่เนิ่น ๆ (Early detection) ความรวดเร็วในการจัดการอาการ (Timeliness of response) สมรรถนะของบุคลากรแพทย์และพยาบาลในการประเมินอาการและการจัดการแก้ไขอาการที่ทรุดลง (Professional competency) และมีระบบตอบสนองเร่งด่วนก่อนเกิดภาวะฉุกเฉิน (Team response-Rapid Response Team) ภายใต้กระบวนการ Rapid Response System (RRS) ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มวัย เกิดผลลัพธ์ ในการรักษาตามาตรฐานที่กำหนด ลดอัตราการเสียชีวิตได้ ตลอดจนทีมแพทย์และพยาบาลตระหนักถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยสู่ผลลัพธ์การบริการความปลอดภัยที่เป็นเลิศรวมถึงวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กร ด้านการตอบสนองภาวะฉุกเฉิน E=Emergency response ครอบคลุมทั่วทั้งองค์กร เกิดเป็นระบบตอบสนองเร่งด่วนซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติด้านสาธารณสุขที่สามารถขยายเพื่อใช้ในโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ
จากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น คณะทำงานพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) สาขาอายุรกรรม เขตสุขภาพที่ 11 ตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ มีการคัดกรองที่รวดเร็ว วินิจฉัยถูกต้อง ดูแลรักษาและส่งต่ออย่างทันเวลา ลดอัตราการเสียชีวิตมุ่งเน้นความปลอดภัย (Patient Safety Goals) ตามมาตรฐานการดูแล โดยการสร้างระบบที่เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายเขตสุขภาพที่ 11 มีการตรวจเยี่ยมเสริมพลัง นิเทศ ติดตาม ให้คำปรึกษา และประเมินผลการดำเนินการส่งกลับข้อมูลในเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง เป็นการพัฒนาระบบให้ผู้ป่วยที่มีภาวะ Severe sepsis/septic shock ตั้งแต่การค้นหาผู้ป่วยในระยะแรก (early detection) ได้เร็วขึ้น เข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือเบื้องต้น (early resuscitate) เพิ่มมากขึ้น จึงได้จัดทำโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยก่อนเกิดภาวะวิกฤติ (Rapid response System) ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดการระบบบริการสุขภาพ ให้มีคุณภาพมาตรฐานพัฒนาศักยภาพการให้บริการที่เชื่อมโยงทั้งเครือข่ายบริการสุขภาพแบบไร้รอยต่อ ตลอดจนส่งเสริมทักษะและสมรรถนะของบุคลากรในหน่วยบริการทุกระดับในการเฝ้าระวังและดูแลรักษาอย่างเหมาะสม สามารถดูแลรักษาผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพ โดยการแก้ไขปัญหาผู้ป่วยที่มีอาการทรุดลงอย่างรวดเร็วในโรงพยาบาล ใช้แนวคิดในการนำสัญญาณชีพทุกพารามิเตอร์ของผู้ป่วยมาประมวลผลร่วมกันแล้วสรุปเป็นค่าคะแนนความรุนแรงของอาการ ซึ่งจะเป็นตัวช่วยให้สามารถตรวจพบปัญหา พร้อมทั้งดูแลให้การแก้ไขได้อย่างรวดเร็ว เป็นระบบ และมีประสิทธิภาพก่อนเข้าสู่ภาวะวิกฤต
วัตถุประสงค์
เพื่อพัฒนาระบบบริการสุขภาพแบบเครือข่ายในการคัดกรอง วินิจฉัย รักษา และส่งต่อผู้ป่วยภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดแบบรุนแรง (Sepsis) ของเขตสุขภาพที่ 11 ให้มีมาตรฐานเดียวกัน ครอบคลุมทุกระดับบริการ ภายใต้นโยบาย One Region One Province One Hospital โดยสามารถให้บริการที่เชื่อมโยงทั้งเครือข่ายระบบบริการที่ไร้รอยต่อ (Seamless Care)
เพื่อยกระดับสมรรถนะและความพร้อมของบุคลากรทุกระดับ ในเครือข่ายเขตสุขภาพที่ 11ให้มีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะปฏิบัติที่ถูกต้องตามมาตรฐานในการดูแลผู้ป่วย sepsis โดยเน้นการประเมินความรุนแรง การเริ่มต้นการรักษาอย่างทันท่วงที การติดตามอาการ และการสื่อสารส่งต่ออย่างปลอดภัย